Welcome Guest ( Log In | Register )

 
Reply to this topicStart new topic
 [Trans] บทสัมภาษณ์ทิฟฟานี่ในเว็บไซต์ HYPEBAE, เรื่องราวบทใหม่ของทิฟฟานี่แห่ง Girls' Generation
EraOfGirls
post Dec 4 2018, 05:40 PM
Post #1


Junior Gangster
****

Group: Reporter
Posts: 1,886
Joined: 14-May 10
From: มุมหนึ่งในไดอารี่ของ พี่คิมแทยอน~~
Member No.: 49,888



[Trans] บทสัมภาษณ์ทิฟฟานี่ในเว็บไซต์ HYPEBAE


บทความโดย Lily Chen

3 ธันวาคม 2018

ทิฟฟานี่ ยัง

ศิลปิน

ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา




การได้สนทนากับทิฟฟานี่ ยังเพียงแค่ 10 นาทีก็ทำให้เข้าใจซึ้งถึงสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปตลอดระยะเวลา 14 ปีในวงการบันเทิง นั่นคือความเป็นศิลปินตัวจริงของเธอ ก่อนหน้าปี 2017 ซึ่งทิฟฟานี่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวในแดนสหรัฐฯนั้น ตัวตนของทิฟฟานี่คือสมาชิกของวงเค-ป๊อปชื่อดังอย่าง Girls’ Generation ซึ่งสร้างตำนานมาจากความมุ่งมั่นตามที่ทิฟฟานี่เล่าให้ฟัง เอกลักษณ์ของวง Girls’ Generation เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ตัวตนของทิฟฟานี่ในฐานะศิลปินเดี่ยว และนี่คืออารัมภบทของเรื่องราวบทใหม่ในชีวิตของทิฟฟานี่แต่เพียงผู้เดียว

ความใฝ่ฝันเหล่านั้นอยู่ไม่ไกลจากความเป็นจริง ท่ามกลางความพยายามในการผสมผสานวัฒนธรรมเค-ป๊อปกับวัฒนธรรมอเมริกันเข้าด้วยกันซึ่งแท้จริงแล้วเป็นไปได้ยากกว่าที่เห็นนั้น ยังปรากฏว่ามีผู้ที่มุ่งจะสร้างสรรค์และบอกเล่าเรื่องราวที่เน้นความเป็นมนุษย์แบบใกล้ตัวและจับต้องได้ง่ายกว่า คุณสมบัติข้อนี้ในตัวของทิฟฟานี่ถูกแสดงออกมาให้เห็นผ่านงานด้านการแสดงและบทบาทต่าง ๆ ที่เธอเลือกรับ ประกอบกับความเป็นชาวเอเชียเชื้อสายอเมริกันของตัวเอง

ในถ้อยคำของทิฟฟานี่เปี่ยมด้วยความหวัง ศิลปินหญิงมากประสบการณ์กล่าวถึงเรื่องราวบทใหม่ในชีวิตของเธอด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นซึ่งแตกต่างไปจากมือสมัครเล่น เมื่อถามถึงสิ่งที่ทิฟฟานี่ต้องการจะเป็นในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ เธอหยุดคิดและกล่าวด้วยความเด็ดเดี่ยวว่า “อยากจะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่และเข้าใจผู้อื่นค่ะ”

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของเราด้านล่าง





เราเพิ่งได้รู้ว่าทิฟฟานี่ย้ายมาอยู่ที่ลอสแอนเจลิสแล้ว เป็นข่าวที่ค่อนข้างน่าตกใจเพราะทิฟฟานี่อยู่ที่เกาหลีใต้มาตลอดตั้งแต่ที่เดบิวต์กับวง Girls’ Generation เมื่อปี 2007 ทำไมทิฟฟานี่ถึงตัดสินใจจกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่ประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง?

ฉันใฝ่ฝันอยากจะกลับมาที่บ้านเกิดของตัวเองอยู่ตลอดค่ะ และด้วยประสบการณ์ที่ได้จากวง Girls’ Generation ทำให้ฉันอยากมาลองสัมผัสว่าวงการดนตรีของอเมริกาจะเป็นแบบไหน ตอนที่เคยมาออกรายการของ David Letterman เมื่อปี 2012 ฉันมองไปที่เก้าอี้สำหรับแขกรับเชิญตัวนั้นและคิดว่าวันหนึ่งฉันจะกลับมาเล่าเรื่องราวของฉันให้โลกฟังบ้างค่ะ ก็ถือเป็นความฝันสูงสุดในชีวิต เลยให้ความสำคัญกลับการเดินทางกลับบ้านเกิดเป็นอันดับแรกค่ะ พอมาถึงก็เริ่มเรียนและทำงานต่อทันที ทุ่มเทให้กับการปรับตัวและสร้างสรรค์ผลงานเต็มที่ค่ะ


สิ่งสำคัญของทิฟฟานี่ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่คืออะไร?

ด้วยนิสัยที่ชอบสร้างสรรค์ผลงานของฉัน ทำให้ฉันอยากจะไปสัมผัสทุกสิ่งอย่างลึกซึ้งค่ะ สิ่งสำคัญคือการเจาะลึกไปดูรากเหง้าของตัวเองและศึกษาความเป็นมาของสิ่งที่กลายมาเป็นเราค่ะ พอลองเทียบกันแล้ว ที่สหรัฐฯจะให้ระยะเวลาในการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแตกต่างไปจากในเกาหลีหรือแถบเอเชียอย่างสิ้นเชิงที่ดูจะรีบไปต่อแบบไม่รอแล้วนะ อัดเสียงเสร็จปุ๊บ ต่อด้วยท่าเต้น เรียบเรียงเข้าด้วยกัน ถ่ายวิดีโอ ต่อด้วยการลุยโปรโมท เป็นวงจรแบบนี้ที่เกิดขึ้นแบบมาเร็วไปเร็วเหมือนเพียงแค่ดีดนิ้วมือแล้วก็จบ ใช้เวลาแค่ 6-8 สัปดาห์แค่นั้นค่ะ จากนั้นเราก็จะพร้อมสร้างผลงานชิ้นต่อไปออกมาอีก ฉันเข้าวงการตอน 15 ขวบ แต่ไม่ว่าจะด้วยอายุหรือความก้าวหน้าในอาชีพ ฉันจะปรับเปลี่ยนแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในจุดที่เหมาะสมแล้วค่ะ

ขอย้อนไปพูดถึงเรื่องที่ทิฟฟานี่บอกเกี่ยวกับการมองย้อนไปสู่รากเหง้าของตัวเองหน่อย ตอนที่ทิฟฟานี่เริ่มเข้าวงการเมื่ออายุแค่ 15 กับค่าย S.M. Entertainment อะไรคือแรงผลักดันของทิฟฟานี่?

ฉันมั่นใจในตัวเองมากที่สุดเท่าที่เด็กอายุ 15 ที่ต้องแบกภาระเต็มสองบ่าคนหนึ่งจะมีได้ค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราต้องเจอแต่กับสิ่งที่ยากเกินเข้าใจและสถานการณ์ที่เหนือการควบคุม แต่เราก็จำเป็นจะต้องฝ่าฟันมันให้ได้ค่ะ ตัวฉันในตอนนั้นได้คำตอบว่าดนตรีคือสิ่งเดียวที่ทำให้ตัวเองมีความสุข ฉันเลือกจะเชื่อในสัญชาติญาณตัวเองและลองเสี่ยงดูค่ะ ต้องชั่งใจเลือกระหว่างเตรียมตัวสอบ PSAT (สอบเตรียมความพร้อม) กับวางแผนเรื่องการเรียนต่อ หรือจะเลือกสิ่งที่ตัวเองมีใจรักมากที่สุด จำได้ว่าฉันเคยเถียงกับพ่อ “หนูว่าหนูเจอสาขาวิชาที่อยากเรียนแล้วนะ” ซึ่งตอนนั้นฉันเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่คุณแม่ของฉันเพิ่งจะเสียไปได้ 2 ปี ทุกคนในบ้านคงคิดว่าฉันกำลังผ่านช่วงระยะทำใจ แต่แรงผลักดันของฉันก็มีแต่ดนตรีนี่แหละค่ะ



แล้วตอนนี้ แรงผลักดันของทิฟฟานี่ก็ยังคงเป็นดนตรีเหมือนเดิมใช่ไหม?

ยังคงเป็นแบบนั้นตลอดมาค่ะ ตอนนั้นฉันยังไม่เห็นภาพตอนที่มีคนบอกว่า “เราเลือกทำได้ทุกอย่างนะ” ฉันพูดเสมอว่าถ้าจะเป็นศิลปินเดี่ยวก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างดนตรีหรือการแสดง ซึ่งฉันก็เลือกดนตรี แต่พอได้มาอยู่จุดนี้กับครูสอนการแสดงและทีมงานชุดใหม่ของตัวเอง ฉันก็อยากจะลองทำทุกอย่างดูจริง ๆ ค่ะ ดู Donald Glover เป็นตัวอย่างก็ได้ ดนตรีช่วยเรียบเรียงและถ่ายทอดความรู้สึกของฉันออกมา ส่วนการแสดงก็ช่วยให้ฉันสามารถเขียนเพลงได้ ในสตูดิโอฉันจะมองเนื้อเพลงเป็นเหมือนบทของตัวละครค่ะ

ทิฟฟานี่มีเป้าหมายอะไรด้านการแสดง?

ฉันเริ่มออดิชั่นและได้รับเสนอบทมาตั้งแต่ปี 2012 การแสดงคือการบอกเล่าเรื่องราวที่มีความพิเศษมาก ฉันเปิดใจรับบทบาทที่ตัวละครหรือเรื่องราวมีความโดดเด่น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกกล่าวถึงในวัฒนธรรมของกลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะกับตัวฉันเองที่เป็นลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกัน ซึ่งเป็นแง่มุมที่ยังไม่ค่อยถูกกล่าวถึงหรือถ่ายทอดให้เห็นมากนัก การแสดงเรื่องราวแบบนี้ออกมาที่ทำให้คนดูคิดตามและเกิดเป็นประเด็นพูดคุยขึ้นมาได้คือการสร้างความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจระหว่างเพื่อนมนุษย์ได้ดีที่สุดค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การได้เป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คือความฝันสูงสุดของชีวิตค่ะ 555

การที่ทิฟฟานี่เป็นลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกันทำให้ถูกจำกัดบทที่ได้รับหรือเปล่า?

แน่นอนค่ะ เจอมาในหลาย ๆ บทตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปีที่แล้ว แต่ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่สุดยอดผลงานศิลปะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดผลงานใหม่ ๆ ขึ้นมา ถ้าพูดถึงในเรื่องของโอกาสสำหรับลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกันทั้งหลาย เราอยู่ในยุคทองของผู้สร้างสรรค์และศิลปินชาวเอเชียที่ฉีกกรอบกฎเกณฑ์เดิม ๆ และมอบโอกาสให้กับกันและกัน ถือเป็นโชคของฉันจริง ๆ ค่ะ



และเราก็โชคดีที่มีทิฟฟานี่เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จริงอย่างที่ทิฟฟานี่บอกว่านี่คือยุคสมัยแห่งการปฏิวัติวงการ เป็นการพังทลายความเชื่อเชย ๆ ที่ล้อมรอบวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงของเค-ป๊อปลง แม้แต่ในแคมเปญ H&M ของทิฟฟานี่ก็ยังมีเรื่องราวแบบนี้สะท้อนให้เห็นด้วยเหมือนกัน

ถึงจะโดนยุงกัดจนขาลาย แต่ก็ถือว่าคุ้มนะคะ พูดแล้วก็สะเทือนใจ เพราะทุกคนควรจะได้รับโอกาสในการแสดงออกอย่างเท่าเทียบกัน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ฉันไม่ค่อยเห็นหญิงลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกันหรือหญิงเอเชียในสื่อต่าง ๆ ที่ฉันเคยร่วมงานมาเท่าไหร่ค่ะ ฉันรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่เด็กลูกครึ่งเอเชีย-อเมริกันอายุ 12-15 ขวบสามารถวาดฝันที่จะสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแดนอเมริกาได้ แต่สำคัญที่สุดคือความเชื่อว่าเราสามารถสร้างสรรค์งานดนตรีและทำตามความฝันได้ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดบนโลกค่ะ

การเปลี่ยนมาเลือกเส้นทางเป็นศิลปินเดี่ยวทั้งที่มีความผูกพันกับวง Girls’ Generation และชื่อเสียงของวงที่เรียกได้ว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปยอดนิยมประจำวงการเค-ป๊อปถือเป็นเรื่องที่ยากสำหรับทิฟฟานี่หรือเปล่า?

สำหรับฉัน วง Girls’ Generation คือโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และท้าทายตัวเองในทุก ๆ ปี ฉันคงจะได้วินัยการฝึกซ้อมและการทำงานมาจากการได้คลุกคลีกับเพื่อนร่วมวงของฉันนั่นเองค่ะ การทำงานมาตลอด 10 ปีแม้จะดูหนักหนาและสาหัส แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ได้จุดประกายให้ฉันสร้างสรรค์และสืบทอดนิยามของความเป็น Girls’ Generation ขึ้นมาค่ะ ถึงตอนนี้ฉันก็ยังคงเชื่อแบบนั้นเหมือนเดิม ที่ฉันมีโอกาสแบบนี้ได้ก็เพราะได้แรงสนับสนุนจากครอบครัว พี่น้องร่วมวง ทุคนที่ร่วมงานด้วย ไปจนถึงแฟนคลับที่รู้ใจเรามากที่สุดค่ะ

อย่างที่ได้ถามไปตอนแรก ฉันพยายามจะทำงานด้วยความคิดแง่บวกมากที่สุดค่ะ ฉันจะไม่ลืมและภูมิใจกับตัวตนและที่มาของตัวเองจากการเป็นนักดนตนีและศิลปินค่ะ แต่ว่าประเทศอเมริกากับโลกทั้งใบก็ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายตัวเรามาก อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันก้าวต่อไปในหนทางศิลปินเดี่ยวของตัวเองคือคำพูดของเพื่อน ๆ ร่วมวงที่ว่า “เราทุกคนตื่นเต้นที่จะได้เห็นเธอเดินบนเส้นทางใหม่ของเธอนะ” ทุกคนต่างก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง และฉันหวังว่าเส้นทางของฉันจะแสนพิเศษและเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนได้ การกลับมาที่ลอสแอนเจลิสเมื่อปีก่อน ฉันต้องการจะบอกเล่าเรื่องราวที่ใกล้ตัวและจับต้องได้ ฉันอยากจะสร้างสรรค์เรื่องราวแบบนั้นออกมาเรื่อย ๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับตอนอายุ 17 ที่ยังเหมือนคนหลงทาง แต่ตอนนี้เป้าหมายของฉันชัดเจนขึ้นมากแล้วค่ะ

ทิฟฟานี่ประเดิมผลงานเดี่ยวด้วยเพลง “Over My Skin” กับ “Teach You”

เป็นส่วนผสมของทุกสิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับวัฒนธรรมเคป๊อปและวัฒนธรรมป๊อปทั้งหลายที่ฉันอยากประสมประสานเ้าด้วยกันกับตัวเองค่ะ แต่ทุกคนชอบพูดว่าแบบนี้ก็ไม่ได้ แบบนั้นก็ไม่เหมาะ ทำไมถึงต้องมีแต่คำว่า “ไม่” ด้วยล่ะคะ? ฉันอยากจะทำผลงานออกมาในแบบที่ฉันรักและหวังว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน ฉันเองก็คลั่งไคล้ในวัฒนธรรมเคป๊อปและวัฒนธรรมป๊อปเหมือนกัน ทำให้มั่นใจว่าต้องมีใครอีกหลายคนที่รักและชอบในสิ่งเดียวกันกับฉันค่ะ

ตอนนี้กระแสเคป๊อปกำลังมาแรงทั่วทั้งสหรัฐฯ จากวงยอดนิยมทั้งหลายเช่น BTS คิดว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนของจริงหรือว่าเป็นแค่เพราะถึงจังหวะเวลาพอดี?

ฉันว่าก็เป็นทั้งสองอย่างนะคะ เพราะฉันก็คลั่งไคล้ดนตรีเคป๊อปในช่วงยุคต้นปี 2000 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันไปออดิชั่น เคป๊อปกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ แพร่หลายไปทั่วเอเชียรวมถึงทั่วโลก ฉันคิดว่าลมกำลังเปลี่ยนทิศเพราะเราได้สัมผัสและเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ ว่าศิลปินเคป๊อปค่อย ๆ สร้างกระแสนิยมขึ้นมาค่ะ ทั้ง BoA, เรน, Wonder Girls และศิลปินระดับตำนานอีกหลายคนที่เป็นรุ่นบุกเบิกซึ่งทำให้เราไม่มีวันลืม แต่จังหวะเวลาก็มีส่วนช่วยค่ะ เพราะสื่อโซเชียลมีเดียมาช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว การได้มองเห็นความเติบโตและกลายเป็นกระแสนิยมของเคป๊อปคือเรื่องน่าตื่นเต้นค่ะ ศิลปินสมัยนี้มีความสามารถสูง และฉันดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ค่ะ

สิ่งที่ถือเป็นตำนานของ Girls’ Generation คืออะไร?

ตำนานของ Girls’ Generation ก็คือความมุ่งมั่นค่ะ เราทุ่มเทสุดตัวกับสิ่งที่เชื่อ กับผลงานที่เราสร้างสรรค์ และกับตัวตนในอุดมคติของเรา เป็นการคิดในแง่บวกและทำให้ดีสุดความสามารถไม่ว่าจะเผชิญสถานการณ์แบบไหน เป็นการให้กำลังใจกันระหว่างพวกเรา สมาชิกร่วมวง ทีมงาน ผู้อยู่เบื้องหลัง และแฟนคลับทุกคนค่ะ เรื่องราวมิตรภาพและวินัยการทำงานของเราได้จุดประกายให้ผู้หญิงอีกหลายชีวิตทั่วโลกอยากจะมีกลุ่มเพื่อนที่เติบโตไปด้วยกันค่ะ

แล้วทิฟฟานี่อยากมีตำนานของตัวเองเป็นแบบไหน

สำหรับคำถามนี้ต้องขอบอกว่า ฉันตั้งปฏิญาณกับตัวเองว่าจะเป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานให้ทุกคนเปิดหูเปิดตาและเปิดใจได้ค่ะ ซึ่งจะต้องอาศัยความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นอย่างมาก ฉันหวังว่าจะสร้างตำนานจากการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่และเข้าใจผู้อื่นค่ะ



Source: HYPEBAE
แปลไทย: EraOfGirls ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com




ภาพของพวกเธอ 9 คน จะอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป



รับเขียนบทความ-แต่ง Essay ภาษาอังกฤษ>>คลิก<<
Go to the top of the page
 
+Quote Post
violet_m
post Dec 4 2018, 07:32 PM
Post #2


Junior Gangster
****

Group: Gangster
Posts: 1,456
Joined: 2-March 12
Member No.: 82,547



ขอบคุณสำหรับคำแปล
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ดำดองดี
post Dec 5 2018, 05:43 PM
Post #3


Gangster
***

Group: SoShi GanG
Posts: 796
Joined: 30-October 13
Member No.: 101,341



ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ
ฟานี่ก็โตขึ้นเรื่อยๆ ก้าวต่อไปเรื่อยๆ และคงมีผลงานที่น่าประทับใจให้ได้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ ปลื้มปริ่ม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
LoveLy-SoShi
post Dec 6 2018, 01:16 PM
Post #4


Super Gangster
Group Icon

Group: Donator GanG
Posts: 5,742
Joined: 25-March 09
From: box sone
Member No.: 15,936



ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ
กว่าจะฝ่ากันมาขนาดนี้ ไม่ง่ายจริงๆ
เอาใจช่วยเสมอค่าา

สู้ๆๆค่าา
Go to the top of the page
 
+Quote Post
REAL_TaeNy
post Dec 6 2018, 03:19 PM
Post #5


Senior Gangster
*****

Group: SoShi GanG+
Posts: 4,696
Joined: 9-September 11
From: ข้างห้องแทนี่..โอ้ว เสียงดังมากOO
Member No.: 75,118



ขอบคุณมากนะคะ รักเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 10.gif

Blue & Red #3981
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

 

RSS Lo-Fi Version
Skin by IPB Customize
Time is now: 12th December 2018 - 11:44 PM